ดื่มอะไรดี ? มัทชะ vs กาแฟ มัทชะ คือ ชาเขียวประเภทผงสัญชาติญี่ปุ่นที่กำลังได้รั…

ดื่มอะไรดี ? มัทชะ vs กาแฟ

มัทชะ คือ ชาเขียวประเภทผงสัญชาติญี่ปุ่นที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนกาแฟคือเครื่องดื่มที่ทั่วโลกคุ้นเคยและเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตติดตู้ของทุกบ้าน เครื่องดื่มทั้งสองอย่างนี้เป็นที่รู้กันดีว่าช่วยให้ร่างกายกระปรี้กะเปร่าจากคาเฟอีน พร้อมกับคุณสมบัติด้านสุขภาพหลายข้อด้วยกัน แต่หลายครั้งที่เราก็ยังคงใช้เวลาตัดสินใจหลายนาทีอยู่หน้าเคาร์เตอร์ว่าจะเลือกสั่งกาแฟสักแบบหรือมัทชะสักแก้วกันแน่ วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบเจ้าสองเครื่องดื่มนี้ให้ดูกันค่ะ
.
กาแฟ
กาแฟ 1 แก้ว (240 mL) มีคาเฟอีนอยู่ประมาณ 96 mg
มีสาร chlorogenic acid (CGA)
มีสาร Cafestol และ Kaweol

มัทชะ
ผงมัทชะ 1 กรัม มีคาเฟอีนอยู่ที่ประมาณ 19-44 mg ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของผงมัทชะ คุณภาพของชา อุณหภูมิของน้ำที่ใช้ชงและเวลาที่ใช้ชงค่ะ
มี epigallocatechin gallate (EGCG) เป็นสำคัญ
อุดมไปด้วย รูทีน วิตามิน C และคลอโรฟิล
.
เติมพลัง
อย่างที่รู้กันดีว่าคาเฟอีนช่วยให้ร่างกายตื่นตัวได้ดี แต่ระดับคาเฟอีนในสองเครื่องดื่มนี้มีไม่เท่ากัน กาแฟมีคาเฟอีนมากกว่า ผลก็คือร่างกายจะตอบสนองต่อคาเฟอีนในกาแฟ 15 นาทีหลังจากดื่ม ในขณะมัทชะจะทำให้ร่างกายตื่นตัวช้ากว่า อยู่ที่ประมาณ 30 นาทีหลังจากดื่ม แต่เอลคาเนทีนในมัทชะจะช่วยคงสภาพคลื่นสมองระดับ Alpha ที่เป็นเป็นคลื่นสมองตอนที่จิตใจสงบ สุขุมความคิดสร้างสรรค์สูง สมาธิและความจำดีไว้ได้ค่ะ

ช่วยลดน้ำหนัก
คาเฟอีนในมัทชะและกาแฟต่างก็มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้ โดยที่คาเฟอีนจะเข้าไปกระตุ้นไขมันสีน้ำตาล (brown adipose tissue) ที่มีบทบาทในการสร้างความร้อนโดยการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน งานวิจัยบ่งชี้ว่าคาเฟอีนสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญให้ได้ถึง 13% ในระยะเวลา 3 ชั่วโมงที่คาเฟอีนออกฤทธิ์ แม้ทั้งสองจะมีสารสำคัญต่างกัน แต่ทั้ง CGA และ EGCG ต่างก็เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยควบคุมคอเลสเตอรอล ลดการดูดซึมและลดการสะสมไขมันได้ดี

เป็นสารต้านมะเร็ง
กาแฟ อุดมไปด้วย CGA ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งช่องปากและมะเร็งตับด้วย ยังมี Cafestol และ Kaweol ที่ช่วยขจัดสารก่อมะเร็ง
EGCG ในมัทชะเองก็เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมับติช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ยับยั่งการแบ่งตัวหรือกระทั้งทำลายเซลล์มะเร็งบางชนิดได้อีกด้วย มัทชะยังอุดมไปด้วย รูทีน วิตามิน C ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน

ป้องกันโรคหัวใจ
สารมัทชะและกาแฟมีฤทธิ์ช่วยลดความดันโลหิต ลดการจับตัวกันของเกล็ดเลือดซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โดยเฉพาะ EGCG ในมัทชะ ที่นอกจากจะช่วยลดความดันโลหิตยังช่วยลดไขมันตัวเลว (LDL) ในร่างกายด้วย แต่ในกาแฟที่มี Cafestol และ Kaweol ซึ่งปนมากับกาแฟที่ไม่ผ่านการกรองจะมีผลเสียตรงที่สารสองตัวนี้จะไปเพิ่มระดับไขมันเลวขึ้น

โดยสรุปแล้ว
กาแฟ มีข้อดีในด้านการกระตุ้นประสาทให้มีสมาธิจดจ่อ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งและหังใจ หาซื้อได้ง่ายและราคาถูก แต่มีข้อเสียคือหากดื่มกาแฟโดยไม่กรองสารที่อาจก่อให้เกิดไขมันเลวจะปนมากับกาแฟได้ การดื่มมากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดอาการติดคาเฟอีนจากการที่สมองชินชากับปริมาณคาเฟอีนปริมาณมากจึงต้องการปริมาณมากขึ้นไปอีกเพื่อให้รู้สึกเท่าเดิม จนอาจก่อให้เกิดโรคนอนไม่หลับ ปวดหัวหรือวิตกกังวลได้

มัทชะ มีข้อดีในด้านการช่วยให้มีสมาธิจดจ่อได้ดีด้วยการช่วยคงคลื่นอัลฟาร์ในสมอง แต่คาเฟอีนออกฤทธิ์ช้ากว่ากาแฟ ช่วยป้องกันมะเร็งและโรคหัวใจ มีข้อเสียที่อาจก่อให้เกิดพิษในตับได้หากดื่มมากเกินไป (ไม่ควรเกิน 2 แก้วต่อวัน) หาซื้อได้ยากกว่าและราคาแพงกว่า หากใบชาไม่ได้รับการดูแลและการผลิตชาที่ดี ชาอาจปนเปื้อนสารที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้

ดังนั้น หากมองข้ามเรื่องรสชาติและตัดสินกันที่ความสามารถของสองเครื่องดื่มนี้ แพ้ชนะจึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางด้านสุขภาพของคุณเองค่ะ ในเมื่อทั้งสองต้องมีประโยชน์ทางด้านสุขภาพไปในทางเดียวกันแทบทั้งหมด สิ่งที่ควรนำมาตัดสินจึงเป็นข้อเสียของมันแทน เช่น หากคุณมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวก็ควรจะเลือกมัทชะมากกว่า หากจะดื่มกาแฟก็ให้ดื่มกาแฟที่ผ่านการกรองหรือกระดาษกรองก่อน หรือหากต้องการสมาธิจดจ่อมากกว่าความกระปรี้กระเปร่าทันที ก็ให้เลือกมัทชะที่ช่วยคงคลื่นอัลฟาจะดีกว่าค่ะ
.
สนใจสินค้าสุขภาพที่คุณหมอพูดถึง สามารถสั่งซื้อได้ทาง
✅LINE : https://shop.line.me/@bluphama
——————————-
ติดตามความรู้เรื่องสุขภาพ และวิธีการดูแลสุขภาพได้ที่
📌 เพจ : อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ
📌 Youtube : https://youtube.com/c/อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ
📌 IG : dr.cant.help

ติดต่อเรา